จักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่ออนาคตของโลกที่ยั่งยืน


นับแต่เริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาภาวะโลกร้อนแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว และกระทบกับมนุษยชาติอย่างมาก ซึ่งก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า เราจำเป็นต้องลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกให้ได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030 และทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050 เพื่อหลีกเลี่ยงหลีกภัยพิบัติร้ายแรงในอนาคตที่ ทั้ง อากาศร้อนจัด ภัยแล้งรุนแรง ไฟป่า น้ำท่วม พายุ และภัยพิบัติอื่นๆ การลดภาวะโลกร้อนจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนต้องหันมาให้ความสนใจ ไม่อย่างนั้นอาจจะสายเกินแก้

สิ่งสำคัญในการลดโลกร้อนที่ช่วยได้อย่างมาก คือ การลดการปล่อยคาร์บอนได้ออกไซด์หนึงในก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมามากที่สุด โดยการเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงมาเป็นพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานไฟฟ้า


ยานยนต์เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดที่ต้องการเปลี่ยนแปลง


รถจักรยานยนต์ พาหนะการเดินทางคนใช้กันจำนวนมาก เป็นหนึ่งในยานยนต์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เช่น มีเทน ในปริมาณมาก


รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 72 กรัมต่อกิโลเมตรต่อ 1.2 คน คิดคร่าวๆ ว่า หากคนเราเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 10 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา 1 ปี แค่ 100 คัน ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 262,800,000 กรัมต่อปี แน่นอนว่ารถจักรยานยนต์มีจำนวนมากกว่านั้นหลายเท่า แค่ในประเทศไทย รถจักรยานยนต์ที่มีการจดทะเบียนจนถึงปัจจุบันมีรวมแล้วกว่า 21 ล้านคัน แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้น้ำมัน


อย่างที่บอกว่า หากมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในปริมาณเท่าเดิมต่อไป โลกของเราจะอยู่ขั้นวิกฤติ ในปัจจุบันจึงมีการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในด้านการคมนานคมขนส่ง เปลี่ยนจากยานยนต์เชื้อเพลงมาเป็นไฟฟ้า ซึ่งจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยโลก


ข้อดีของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

แน่นอนว่าข้อดีที่สำคัญของของจักรยานยนต์ไฟฟ้า คือ เกิดมาเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีท่อไอเสียจึงไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเลยไม่ว่าจะขับนานเท่าไหร่ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการจราจรบนถนน คุณจะลดการปล่อยมลพิษลงได้อย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เนื่องจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่มีความซับซ้อนแบบเครื่องยนต์สันดาป ชิ้นส่วนที่ต้องซ่อมแซมและบำรุงรักษาจึงน้อยลง บำรุงรักษาง่ายกว่า อีกทั้งยังมีส่วนของรัฐบาลที่หันมาควบคุมการปล่อยมลพิษของยานยนต์ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก ซึ่งในไทยหากเป็นรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเสียภาษีที่ 1% ส่วนของรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันจะคิดตามอัตราการปล่อยมลพิษของรุ่นนั้นๆ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านภาษีไปได้อีกเป็นจำนวนมาก


ในส่วนของความสะดวกสบาย รถจักรยานยนต์ไฟฟ้านั้นตอบโจทย์ได้ดีมาก เพราะ เพราะขับขี่ง่าย คล่องตัว ด้วยน้ำหนักที่เบากว่า ด้วยระยะทางเฉลี่ยต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่ประมาณ 150 กม. สบายใจได้ว่าเมื่อชาร์จเต็มแล้ว คุณสามารถเดินทางได้ไกลพอสมควร


สำหรับเรื่องสมรรถนะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในเรื่องอัตราเร่งที่เร็วกว่า สามารถขับเคลื่อนได้ทันที 100% (0 รอบต่อนาที) หมายความว่าคุณจะออกตัวได้ทันทีที่สตาร์ท ซึ่งข้อดีนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความเร็วเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณออกจากสถานการณ์ที่คับขันได้อย่างรวดเร็ว เช่น การหลบหลีก ป้องกันไม่ให้ถูกชน


จะเห็นได้ว่าการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์กับโลกด้วยการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อตัวคุณเองในด้านค่าใช้จ่ายและความสะดวกสบาย จึงนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่เป็นหนทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน


หากคุณต้องการเดินทางไปพร้อมกับการช่วยโลก รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคือทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่สามารถพาคุณเดินทางได้ทุกวันอย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย โดยไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม


โลกกำลังก้าวหน้าไปสู่วิถีใหม่แล้ว หากคุณต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสักคัน GEKO Finance บริการสินเชื่อมอเตอรไซค์ไฟฟ้า พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษา และเลือกรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ


66 views0 comments